เพลงบรรเลงอิสระ และ เพลงรับร้อง               

                เพลงไทยนับได้ว่ามีความสัมพันธ์ควบคู่กับวีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่ในอดีต แม้ว่าในปัจจุบันอาจจะเลือนรางจากวิถีชีวิตไทยไปบ้าง เพราะการไหลบ่าอันเชี่ยวกรากของอิทธิพลจากดนตรีตะวันตกที่เข้ามาครอบงำอยู่ก็ตาม แต่กระนั้นก็ตาม ดนตรีไทยก็ยังเป็นสิ่งที่หาฟังได้ไม่ยากนัก เช่น ในพิธีไหว้ครูที่มักจะมีการบรรเลงเพลงสาธุการ หรือกระทำโดยการเปิดเทปมาบรรเลงประกอบ นอกจากนั้นในโอกาสสำคัญๆ เช่น ในวันเฉลิมพระชนมพรรษามักจะมีการขับร้องเพลงไทยเพื่อเป็นการถวายดพระพร เพลงที่ใช้ประกอบพิธีที่กล่าวไปแล้วนั้นจะเห็นได้ว่ามีจุดมุ่งหมายและวิธีการบรรเลงที่แตกต่างกันออกไป เช่น เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ในพิธี เพื่อประกอบกิริยาอาการตลอดจนอารมณ์ของตัวละคร และเพื่อเป็นการขับกล่อม เป็นต้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เพลงไทยสามารถแบ่งแยกออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้

                1.  เพลงประเภทบรรเลง ได้แก่ เพลงโหมโรง เพลงหน้าพาทย์ เพลงเรื่อง และเพลงหางเครื่อง เป็นต้น
                2.  เพลงประเภทรับ-ร้อง ได้แก่ เพลงเถา เพลงสามชั้น เพลงสองชั้น เพลงชั้นเดียว และเพลงตับ เป็นต้น

เพลงประเภทบรรเลง

                เพลงที่ใช้ดนตรีล้วนหรือเพลงบรรเลง ได้แก่ บทเพลงที่ใช้สำหรับการบรรเลงที่เป็นเอกเทศ เพลงบรรเลงประเภทนี้นับเป็นเพลงที่นักดนตรีมีความป็นอิสระในการบรรเลงมากที่สุด กล่าวคือ ไม่ต้องคำนึงถึงระดับเสียงของคนร้อง การสวมร้อง และการส่งร้อง
1.  เพลงโหมโรง
                “โหมโรง” ตามการรับรู้ในระดับของบุคคลโดยทั่วไปแล้ว มักจะคิดถึงเพลงประเภทนี้ในลักษณะทีเป็นเพลงที่ต้องบรรเลงก่อนเพลงอื่นๆ แต่คำว่า “โหมโรง” ตามความหมายที่ให้ไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 คือ “การประโคมดนตรีเบิกโรง” ดังนั้นความหมายที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ เป็นเพลงที่ต้องใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกก่อนจะมีรายการอื่นๆตามมา วัตถุประสงค์ในการบรรเลงเพลงโหมโรงมี 2 ประการ คือ
                ก.  เพื่อแสดงความเคารพและอัญเชิญพระอิศวรกับเทวดาและสิ่งศักดิ์สทธิ์ทั้งหลายตามคติของนักดนตรีไทย ให้ลงมาประชุมสโมสรสันนิบาตและประสาทพร เพื่อควมเป็นสิริมงคลแก่ผู้บรรเลงเพลงและท่านผู้เป็นเจ้าของงานนั้นๆ
                ข.  เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้ว่ามีอะไร ที่ไหนและเมื่อใด เช่น ถ้ามปี่พาทย์โหมโรงเย็นชาวบ้านก็จะรู้ว่าจะมีการสวดมนต์เย็น ถ้ามีโหมโรงเช้าชาวบ้านก็จะรู้ว่าจะมีพระมาฉันเช้า โหมโรงละครตอนเช้าแสดงว่าเขาจะมีละครตอนเช้า โหมโรงกลางวัน ก็จะรู้ว่าละครที่แสดงในตอนเช้านั้นได้ปิดการแสดงในตอนเที่ยงและจะได้เปิดแสดงอีกในตอนบ่ายของวันนั้นต่อไป โหมโรงละครตอนเย็นก็หมายถึงจะมีละครแสดงให้ดูอีก เพลงโหมโรงแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
                1.1 เพลงโหมโรงพิธีกรรม เพลงโหมโรงที่ใช้ประกอบพิธีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพิธีกรรมทางศาสนพิธี มีอยู่ 3 ชุด้วยกัน คือ โหมโรงเย็น โหมโรงเช้า และโหมโรงเทศน์
                1.1.1  โหมโรงเย็น ชุดโหมโรงเย็นนี้ประกอบ้ดวยเพลงต่างๆ 13 เพลง
                                1.  เพลงสาธุการ หมายถึง การน้อมกายและใจ เพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย และเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ
                                2.  เพลงตระ  ประกอบด้วย ตระหญ้าปากคอก ตระปลายพระลักษมณ์ ตระมารละม่อม หมายถึง การกล่าวชุมนุมเทวดา แทนบทสวดที่ว่า “-สัคเค กาเมฯ-“

                                3.  เพลงรัวสามลา หมายถึง การกราบ 3 ครั้ง แทนบทคาถาที่ว่า “-ธัมมัสสวนกาโล อัมภทันตา-“ ในท้ายการชุมนุมเทวดาเป็น 3 ครั้ง
                                4.  เพลงเข้าม่าน หมายถึง เพทเจ้าผู้เป็นใหญ่ เข้าพระวิสูตรเพื่อเตรียมองค์ไปสู่มณฑลพิธีตามอัญเชิญ
                                5.  เพลงปฐมและเท้ายปฐม หมายถึง การจัดขบวนเทพนิกรที่จะโดยเสด็จ
                                6.  เพลงลา หมายถึง การจัดขบวนนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลาหมายถึง จบหรือครั้ง
                                7.  เพลงเสมอและรัวลาเดียว หมายถึง เทพเจ้าเสด็จออกจากวิมาน
                                8.  เพลงเชิดสองชั้นและชั้นเดียว หมายถึง การมาของขบวนเทพยดาคนธรรพ์ฯ
                                9.  เพลงกลม แสดงถึงการเสด็จมาของเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระอิศวร พระนารายณ์เป็นต้น
                                10. เพลงชำนาญ หมายถึง การสวดประสาทพรของเทพเจ้าผู้สูงศักดิ์นั้น
                                11. เพลงกราวใน หมายถึง การเสด็จมาของเทพเจ้าฝ่ายอสูร
                                12. เพลงต้นชุบ หมายถึง การประจุคมน์ของพิธีนั้น
                                13. เพลงลา เป็นการแสดงว่าจบคำอัญเชิญและเทพเจ้าได้เสด็จมาพร้อมกันในมณฑลพิธีแล้ว
                1.1.2  โหมโรงเช้า ประกอบด้วยเพลงในชุดจำนวน 5 เพลงด้วยกัน คือ
                                                1.  สาธุการ                                            2.  เหาะ
                                                3.  รัวสามลา                                          4.  กลม
                                                5. ชำนัน (ชำนาญ)
                1.1.3 โหมโรงเทศน์ ใช้สำหรับบรรเลงก่อนที่จะมีการแสดงพระธรรมเทศนา ทั้งนี้เพื่อเป็นการประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่าที่นี่จะมีการแสดงพระธรรมเทศนา หลังจากการบรรเลงเพลงชุดนี้จบลง เพลงชุดโหมโรงเทศน์ประกอบด้วยชุดเพลง 6 เพลงด้วยกัน คือ
                                                1.  สาธุการ                                            2.  กราวใน
                                                3.  เสมอ                                                 4.  เชิด
                                                5.  ชุบ                                                     6.  ลา
                1.2  เพลงโหมโรงการแสดง
                การแสดที่เป็นเรื่องราวของไทยที่ได้รับความนิยมในหมู่มหาชนอย่างแพร่หลายตั้งแต่ในครั้งดีตมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน เพลงโหมโรงที่ใช้ประกอบการแสดงจึงมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของการแสดง
                1.2.1  โหมโรงละคร จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะปรกาศให้ชาวบ้านได้ทราบว่าจะมีละคร
                                1.2.1.1  โหมโรงละครตอนเช้า
                                1.2.1.2  โหมโรงละครตอนกลางวัน