ประเภทการบรรเลงประกอบการแสดงต่างๆ
               มหรสพของไทยภาคกลางนั้นมีอยู่มากมายหลายอย่าง แต่การแสดงที่เป็นแบบแผนเป็นหลักของนาฏศิลป์จริงๆก็คือ โขน ละครการแสดงไม่ว่าจะเป็น โขน ละคร ลิเก หรือหุ่น ดนตรีที่บรรเลงประกอบจะต้องใช้วงปี่พาทย์ทั้งสิ้น วงปี่พาทย์ที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงมหรสพจะใช้วงปี่พาทย์เครื่องคู่ หรือวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ แล้วแต่ความต้องการของเจ้าภาพและความสะดวกของสถานที่ วิธีการบรรเลงแล้วแต่ว่าเป็นมหรสพชนิดใด แต่ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด วงปี่พาทย์จะต้องเริ่มต้นด้วยการโหมโรงก่อนทั้งนั้นการโหมโรง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการแสดง เพราะจะทำให้รู้ว่าการแสดงจะเริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้ ทำให้ผู้อยู่ไกลทราบได้ว่าที่นี่กำลังจะมีการแสดงและกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เนื่องจากเพลงโหมโรงประกอบด้วยกลองทัดซึ่งทำให้ได้ยินได้ระยะไกลต่อไปนี้คือการอธิบายว่าการแสดงมหรสพชนิดไหนต้องบรรเลงอย่างไร      การบรรเลงประกอบการแสดงโขน 
              
ถ้าเป็น โขนกลางแปลง(แสดงในสนามหรือลานกว้าง) กับโขนนั่งราว(แสดงบนโรง ตัวโขนนั่งบนราวไม้ไผ่) จะบรรเลงเฉพาะเพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาต่างๆของตัวโขนเท่านั้น เพราะว่าโขนทั้งสองแบบนี้ดำเนินเรื่องด้วยการพาทย์และเจรจา ไม่มีร้อง ส่วนเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงประกอบต้องเหมาะสมกับตัวโขน เช่น เวลายกทัพของพระราม พระลักษมณ์ หรือลิง ต้องใช้เพลงกราวนอก ถ้าเป็นเวลายกทัพของฝ่ายลงกา จะเป็นยักษ์ตนใดก็ต้องใช้เพลงกราวใน เป็นต้น
                ถ้าเป็น โขนโรงในหรือโขนหน้าจอ จะมีร้องแบบละครในเข้ามาผสม ต้องมีคนร้องตามเนื้อเรื่อง การบรรเลงปี่พาทย์ต้องมีทั้งบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ต่างๆ และรับร้องตามที่คนร้องได้ร้องส่ง     
การบรรเลงประกอบการแสดงละคร
                ละครนอก  -  มีการดำเนินเรื่องรวดเร็วและตลกขบขัน เพราะฉะนั้นการบรรเลงปี่พาทย์ จังหวะที่บรรเลงต้องค่อนจ้างเร็ว รวบรัด ให้เหมาะสมกับตัวละครซึ่งร่ายรำอย่างกระฉับกระเฉง                ละครใน  -  การบรรเลงปี่พาทย์ต้องดำเนินจังหวะค่อนข้างช้า ละครในมีจุดมุ่งหมายในการรักษาศิลปะในทางนาฏศิลป์และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ถ้อยคำร้องก็สุภาพ เพราะฉะนั้นจึงต้องบรรเลงปี่พาทย์ในจังหวะที่ช้า เพื่อการร่ายรำจะได้งดงาม อ่อนช้อย ถูกต้องตามแบบแผน และเหมาะสมกับทำนองร้อง
                ละครดึกดำบรรพ์  -  วงปี่พาทย์ต้องผสมเครื่องดนตรีตามที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ทรงปรับปรุงไว้ คือ ใช้เครื่องดนตรีที่มีเสียงนุ่มและทุ้ม ระนาดเอกต้องใช้ไม้นวมตี ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ขลุ่ยเพียงออ ซออู้ ฆ้องหุ่ยหรือฆ้องชัย ซึ่งมี ๗ ลูก เสียงเรียงลำดับกัน ๗ เสียง เครื่องประกอบจังหวะมีตะโพน กลองตะโพน กลองตะโพนนี้ใช้ตะโพนเอาเท้าออกแล้วตั้งหน้าขึ้น ตีแทนกลองทัดเป็นสองลูก และฉิ่ง ยังมีกลองแขกสำหรับตีประกอบจังหวะบรรเลงหรือขับร้องบางเพลงให้ถูกต้องตามแบบแผน แนวการบรรเลงมีทั้งช้าและเร็วตามลักษณะของเพลงและเนื้อเรื่องในตอนนั้นๆ     
การบรรเลงประกอบการแสดงหุ่น
                สมัยโบราณหุ่นจะเป็นหุ่นเต็มตัว ซึ่งแสดงทั้งละครนอกและละครใน การบรรเลงปี่พาทย์ก็บรรเลงตามแบบละครนอกและละครใน ตามลำดับ
                ต่อมาได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนกลไกหุ่นต่างๆมาเรื่อยมาจนถึง พ.ศ.๒๔๓๖  ม.ร.ว. เถาะ พยัคฆเสนา ได้สร้างหุ่นอีกแบบ คือ หุ่นกระบอก ซึ่งสามารถแสดงได้คล่องแคล่วว่องไว เป็นการแสดงเพียงครึ่งตัวตอนบนเท่านั้น การบรรเลงปี่พาทย์ประกอบการแสดงหุ่นกระบอก เป็นเพียงวงปี่พาทย์ธรรมดา แต่ต้องเพิ่มเครื่องดนตรีอีกบางอย่าง เช่น ซออู้ กลองต๊อก และแต๋ว ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของจีน
                วิธีบรรเลงเมื่อโหมโรงจบแล้วจะเริ่มบรรเลงเพลงวา ผู้เชิดหุ่นจะเชิดตัวนายโรงออกมา ร้องเพลงช้าปี่นอก และปีนตลิ่งนอก ซึ่งเป็นบทไหว้ครู แล้วปี่พาทย์จึงทำเพลงรัวสามลา ตัวหุ่นเชิดทำท่ารัวสามลา จบแล้วตัวหุ่นเข้า จากนั้นซออู้จะสีเดี่ยว โดยมากเป็นเพลงสำเนียงจีน มีฉิ่ง กลองต๊อกและแต๋ว ประกอบจังหวะ เมื่อซออู้สีจบ ปี่พาทย์จึงบรรเลงเพลงเสมอ เชิดหุ่นออกเริ่มการแสดงเข้าเรื่องต่อไป
                การดำเนินเรื่อง ดำเนินด้วยเพลงร่ายนอก กับเพลงสังขารา ซึ่งเพลงหลังนี้จะต้องร้องโดยมีซออู้สีคลอไปด้วย 
ประเภทการบรรเลงตามกาลเทศะ
วงปี่พาทย์ 
              
ใช้บรรเลงในงานที่มีพระสงฆ์สวดมนต์และฉันอาหาร เช่น งานขึ้นปีใหม่ งานทำบุญวันเกิด หรืองานที่ต้องการให้ผู้อื่นร่วมอนุโมทนา เช่น งานบวชพระ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า โกนจุก เป็นต้น หากเป็นงานศพถ้าจะใช้ดนตรีไทยควรใช้วงปี่พาทย์นางหงส์ แต่ปัจจุบันมักใช้วงปี่พาทย์มอญแทน     
วงมโหรี
                ใช้บรรเลงในงานฤกษ์ต่างๆ เช่น แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญอายุ การเลี้ยงรับรองต่างๆ มักเล่นภายในห้องหรือเฉลียงไม่ไกลจากสถานที่ที่ทำพิธี        
วงเครื่องสาย
                ใช้บรรเลงในงานมงคลฤกษ์ต่างๆ เช่น งานทำบุญบ้าน ทำบุญวันเกิด ซึ่งมีสถานที่และบริเวณไม่กว้างขวางนัก เพราะเครื่องสายมีเสียงเบากว่าปี่พาทย์มาก ที่มา : หนังสือ ดุริยางค์ไทยผู้แต่ง : สงบศึก ธรรมวิหาร

Comment

Comment:

Tweet

surprised smile surprised smile big smile

#9 By (49.230.131.42|49.230.131.42) on 2015-01-21 17:47

surprised smile surprised smile big smile

#8 By (49.230.131.42|49.230.131.42) on 2015-01-21 17:46

surprised smile surprised smile big smile

#7 By (49.230.131.42|49.230.131.42) on 2015-01-21 17:45

surprised smile surprised smile big smile

#6 By (49.230.131.42|49.230.131.42) on 2015-01-21 17:45

surprised smile embarrassed angry smile angry smile confused smile confused smile open-mounthed smile big smile sad smile tongue cry wink question question

#5 By เกศลี (1.4.164.22|1.4.164.22) on 2014-02-21 13:58

#4 By เกศลี (1.4.164.22|1.4.164.22) on 2014-02-21 13:56

ขอบคุณมากค่ะ

#3 By smlie (125.26.11.29) on 2012-02-28 19:05

ขอบคุนนะคะ

#2 By (61.90.108.221) on 2009-11-19 21:16

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
จากเด็กเอกดนตรีไทย

#1 By Johant Frost (118.173.77.210) on 2009-02-18 01:40